วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565

“รัฐมนตรีเฉลิมชัย” มอบรางวัลเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม  AIC Award 2022 ชูเป็นปีแห่งเทคโนโลยีเกษตร 4.0 มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเกษตรอัพเกรดสู่เกษตรมูลค่าสูง


ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีมอบโล่และใบประกาศเกียรติคุณรางวัลเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม ปี 2565 ( AIC Award 2022 ) โดยมี นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมเกียรติ กอไพศาล ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายสำราญ สาราบรรณ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายโอภาส ทองยงค์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้ได้รับรางวัล AIC Award 2022  เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ โดยขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 ซึ่งในปีหน้าจะก้าวเข้าสู่เทคโนโลยีเกษตร 5.0 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพัฒนานวัตกรรมการเกษตร ตามมาตรฐานการเกษตรปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค อีกทั้งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรและอาหาร เพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเกษตรกรไทย โดยมีศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center หรือ AIC) เป็นแหล่งบริการเกษตรกรที่รวบรวมองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร สามารถนำองค์ความรู้ต่าง ๆ ไปใช้พัฒนาต่อยอดการผลิต สามารถเพิ่มมูลค่าการผลิตสินค้าเกษตร และให้สินค้ามีคุณภาพและมาตรฐาน

“การขับเคลื่อนงานของศูนย์ AIC นับว่ามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถ สร้างโอกาสในการแข่งขันในภาคการเกษตร ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม สนับสนุนและส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตร การประดิษฐ์นวัตกรรม เครื่องจักรกลเกษตร รวมไปถึงเป็นศูนย์อบรมบ่มเพาะเกษตรกร Smart Farmer และ Young Smart Farmer ที่ช่วยผลักดันงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมผ่านการวิจัย การพัฒนา การลงทุน การแปรรูป และการบริหารจัดการเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาสถาบันการศึกษา สู่การเป็นศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence) หรือ CoE เพื่อนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีของศูนย์ CoE ไปใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร ถ่ายทอดไปยังเกษตรกร และกำหนดงานวิจัย ที่เหมาะสมกับความต้องการของพื้นที่ ซึ่งการมอบรางวัลเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมประจำปี 2565 หรือ AIC Award 2022 ในครั้งนี้ มุ่งหวังให้พัฒนาต่อยอดผลงานนวัตกรรมเพื่ออัพเกรดภาคเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง สามารถนำไปถ่ายทอดสู่พี่น้องเกษตรกรให้ได้รับความรู้ และสามารถปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ในแต่ละพื้นที่ ต่อไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานกรรมการบริหารศูนย์ AIC กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมมือกับ สถาบันการศึกษา 69 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัย 58 แห่ง สถาบันอาชีวศึกษา 8 แห่ง และสถาบันวิทยาลัยชุมชน 3 แห่ง จัดตั้งศูนย์ AIC รวม 77 ศูนย์ใน 77 จังหวัด และศูนย์ความเป็นเลิศ จำนวน 23 แห่ง เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งอบรมบ่มเพาะและถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร ภูมิปัญญาด้านการเกษตร และนวัตกรรมทางการเกษตร ทั้งยังเป็นศูนย์กลางในการให้บริการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเชื่อมโยงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางด้านการเกษตรระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และเกษตรกร รวมทั้งการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตร การประดิษฐ์นวัตกรรม และเครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรได้นำเทคโนโลยีที่เหมาะสมและนวัตกรรมการเกษตรไปปรับใช้ในฟาร์มของตน

ทั้งนี้ ศูนย์ AIC ได้ดำเนินการขับเคลื่อนงานเป็นระยะเวลา 2 ปี และในปีนี้คณะกรรมการบริหารศูนย์ AIC ได้มีกิจกรรมการคัดเลือกและมอบรางวัล AIC Award 2022 ขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้การขับเคลื่อนศูนย์ AIC เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เกิดการพัฒนานวัตกรรม เห็นความสำคัญของการสร้างสรรค์รูปแบบนวัตกรรมทางการเกษตร การให้บริการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร รวมทั้งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ให้แก่ผู้สร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมและการให้บริการดีเด่นระดับประเทศขึ้น

สำหรับผลการคัดเลือกที่ได้รับรางวัล มีดังนี้ 1. ประเภทนวัตกรรมยอดเยี่ยม สาขานวัตกรรมเกษตรเพื่อเศรษฐกิจ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “งานวิจัยและบริการวิชาการเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรปูม้า และยกระดับเศรษฐกิจของชุมชนประมงชายฝั่ง” โดย ผศ.ดร. อมรศักดิ์ สวัสดี และคณะ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ผลงาน “นวัตกรรมการเลี้ยงหอยนางรมแบบความหนาแน่นสูง” โดย ผศ.ดร.สุพัชชา ชูเสียงแจ้ว และคณะ มหาวิทยาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมจังหวัดตรัง รองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ผลงาน “อาหารทดแทนเกสรดอกไม้สำหรับเลี้ยงผึ้งพันธุ์” โดย ดร.บาจรีย์ ฉัตรทอง และคณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์ความเป็นเลิศแมลงอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ 2. ประเภทนวัตกรรมยอดเยี่ยม 

สาขานวัตกรรมเพื่อสังคมการเกษตร รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “ไตรโคเดอร์มา⁵ ⁺ ชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชมาตรฐานสากล” โดย รศ.ดร.วาริน อินทนา และคณะ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช 

รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ผลงาน “กระบวนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพันธุ์ข้าวพื้นเมืองคุณภาพสูงเพื่อทางเลือกของเกษตรกร”  โดย รศ.ดร. ชนากานต์ เทโบลต์ พรมอุทัย และคณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านข้าวพื้นเมืองล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ รองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ผลงาน “นวัตกรรมกระบวนการสู่การผลิตมะขามหวานคุณภาพจังหวัดอุตรดิตถ์” โดย ผศ.ดร.พิชัย ใจกล้า และคณะ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ 3. ประเภทศูนย์ AIC สมรรถนะสูง รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมจังหวัดเพชรบุรี 

4. ประเภทศูนย์ข้อมูลดีเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมจังหวัดสมุทรสาคร.








 

📍 นายกฯ เปิดฉากงาน FTI Expo 2022 เตรียมรีสตาร์ทประเทศไทยให้พร้อมขับเคลื่อนต่อภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG พร้อมดัน Soft Power เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์


📍  นายกฯ เปิดฉากงาน FTI Expo 2022 เตรียมรีสตาร์ทประเทศไทยให้พร้อมขับเคลื่อนต่อภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG พร้อมดัน Soft Power เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์

29 มิ.ย. 65 – เชียงใหม่  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน FTI Expo 2022 ภายใต้แนวคิด “Shaping Future Industries for Stronger Thailand” งานยิ่งใหญ่ระดับประเทศที่ภาคธุรกิจจากหลากหลายสาขามาร่วมแสดงสินค้าและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมกำหนดฉากทัศน์ใหม่ของอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต ซึ่งจัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งมีความสำคัญต่อประเทศในมิติต่างๆ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยมีรัฐมนตรีว่าการการกระทรวงกลาโหม, รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, เอกอัครราชทูตจากประเทศกัวเตมาลา อินโดนีเซียและบังกลาเทศ ผู้แทนท่านทูตจากประเทศจีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก เปรู แคนาดา กัมพูชา ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมในพิธีเปิดงาน ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) 

งาน FTI Expo 2022 กล่าวว่า นับเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทยและองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคการศึกษา ทั้งด้านเทคโนโลยี อุตสาหกรรม การค้าและการท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ในการจัดงานครั้งนี้มีผู้สนใจมาร่วมออกบูธนิทรรศการแสดงผลงานกว่า 340 บูธ เพื่อแสดงศักยภาพ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคปกติใหม่ (New Normal) รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั่วโลกเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนของภาคธุรกิจ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแสดงศักยภาพและยกระดับความก้าวหน้าของภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายในระดับประเทศภายใต้แนวคิด BCG Economy Model ซึ่งจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต  รวมทั้งเพื่อสร้างโอกาสในการขยายช่องทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ไทย การค้าการลงทุนให้เชื่อมโยงสู่ระดับสากลอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคเพื่อให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกภาคส่วนของประเทศให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจต่อไปได้แบบ Next Normal โดยคาดว่าจะสร้างโอกาสทางการค้าและเกิดเงินทุนหมุนเวียนภายในงานไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท”

สำหรับไฮไลท์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นบนพื้นที่ของการจัดงาน FTI EXPO 2022 กว่า 30,000 ตารางเมตร จะมีการนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำหน้า สินค้าและบริการที่ทันสมัยของบริษัทชั้นนำระดับประเทศ รวมทั้งเป็นเวทีเปิดกว้างในการแสดงศักยภาพอุตสาหกรรมไทยที่หลากหลายครบวงจร 

งาน FTI Expo 2022 นอกจากจะเป็นการขานรับนโยบายเปิดประเทศแล้ว ยังถือเป็นการจุดพลุเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของภาคเศรษฐกิจและภาคประชาชน เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนให้วงการอุตสาหกรรมไทยก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ประเทศแข็งแกร่งกว่าเดิม”







 

📝 จ.พิจิตร เริ่มปฏิบัติการ “One Plan” ขับเคลื่อนการประสานแผนการพัฒนา และรับฟังปัญหาความต้องการเชิงพื้นที่


วันที่ 29 มิถุนายน 2565 ที่ห้องประชุมโรงแรมมีพรสวรรค์ อ.เมืองพิจิตร นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการประสานแผนการพัฒนาในระดับพื้นที่ และรับฟังปัญหาความต้องการเชิงพื้นที่ โดยมีภาคส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ อ.เมืองพิจิตร อ.วชิรบารมี อ.สากเหล็ก และ อ.สามง่าม ร่วมแสดงความคิดเห็น ความต้องการ และข้อเสนอเชิงพื้นที่ เพื่อให้เป็นทิศทางการพัฒนาจังหวัดพิจิตร ที่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและพัฒนาจังหวัดพิจิตร ให้มีความเจริญก้าวหน้า ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป นอกจากนี้ ยังเตรียมลงพื้นที่จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ One plan ให้ครบทั้ง 12 ด้วย








ส.ปชส.พิจิตร .. ข่าว/ภาพ

29 มิ.ย. 65

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ลำปาง... เตือนภัยสังคม หนุ่มใหญ่งัดเจ้าโลก สไลด์โชว์ ผู้หญิงและเด็ก ในสวนสาธารณะกลางเมืองลำปาง


วันอังคาร ที่28 มิถุนายน 2565 เวลา16:30น.เจ้าหน้าที่เทศกิจร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ออกตรวจสอบเหตุมีผู้ชายกระทำอนาจารกลางที่สาธารณะ จุดเกิดเหตุบริเวณ สวนสาธารณะ5แยกหอนาฬิกา(ข่วงนคร) อ.เมือง จ.ลำปาง  สืบเนื่องมาจากช่วงเวลาดังกล่าวได้มีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาแจ้งกับทางเทศบาลนครลำปาง ว่ามีชายกระทำอนาจารในสวนสาธารณะ5แยกหอนาฬิกา ผู้แจ้งได้ให้ข้อมูลว่า ชายคนดังกล่าวได้ถอดกางเกง แล้วโชว์อวัยวะเพศช่วยตัวเองในที่สาธารณะท่ามกลางผู้คนและเด็กนักเรียน ซึ่งสวนสาธารณะดังกล่าวอยู่ระหว่างสำนักงานเทศบาลนครลำปางและโรงเรียนแห่งหนึ่ง 

ทางเทศบาลนครลำปางจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เทศกิจ ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตามที่ได้รับแจ้ง พบผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุ44ปี ผู้ก่อเหตุให้การวกวน พูดคุยไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่เทศกิจจึงได้ประสาน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจออกตรวจสอบร่วมด้วย  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถ่ายรูป และบันทึกประวัติไว้เป็นหลักฐาน ก่อนปล่อยตัวกลับบ้านไป เนื่องจากเหตุการณ์นี้ไม่มีผู้เสียหาย ผู้แจ้งทางโทรศัพท์ไม่ประสงค์จะแจ้งความเอาผิด ทำให้ไม่มีเจ้าทุกข์ จึงต้องปล่อยตัวไป สำหรับสวนสาธารณะแห่งนี้ ก่อนหน้านี้ก็มีเหตุการณ์ที่ ชายวัยรุ่นพยายามทำอนาจารเด็กในห้องน้ำ แต่เด็กไม่ยอมและส่งเสียงดัง ทำให้คนร้ายตกใจและวิ่งหลบหนีไป 







-นกเพลิงเมืองรถม้า ผู้สื่อข่าวลำปาง รายงาน

มทร.สุวรรณภูมิ ปรับทิศทางการพัฒนาจาก 5 ด้าน เพิ่มอีก 7 ด้าน ก้าวสู่มืออาชีพทุกด้าน


นายธีรพล ขุนเมืองอดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ(มทรส.)ในฐานะประธานคณะกรรมการการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ มทรส.เปิดเผยว่าสภามหาวิทยาลัยฯมีมติเห็นชอบในคราวประชุมประจำเดือนมิถุนายน 2565 ให้วางนโยบายและปรับเพิ่มทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้เป็นมหาวิทยาลัยของชุมชน ก้าวสู่มืออาชีพในทุกด้าน โดยจากเดิมได้วางนโยบายหลักไว้ 5 ด้าน ประกอบด้วย 1)การจัดการศึกษาการส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงที่เน้นการปฏิบัติตลอดจนการผลิตครูวิชาชีพ 2)ด้านการวิจัยและพัฒนา 3)ด้านการให้บริการทางวิชาการในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่สังคม 4)ด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม 5)ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีการปรับเพิ่มนโยบายอีก 7 ด้านได้แก่ 1)ด้านการปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย จริยธรรม ธรรมาภิบาล และกรอบเวลา 2)ด้านการตรวจสอบการเงิน การบัญชีการจัดซื้อจัดจ้าง การปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบและข้อบังคับและมุ่งผลสัมฤทธิ์ 3)ด้านการบริหารทรัพย์สินและรายได้ 4)ด้านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารมหาวิทยาลัย 5)ด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย 6)ด้านการพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความมั่นคงสวัสดิการที่ดีมีขวัญกำลังใจ และมีคุณธรรมและ7)ด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษามีบทบาทสำคัญและเป็นแบบอย่างแก่สังคมโดยรวม ในการเสริมสร้างพื้นฐานของการพัฒนากำลังคนของประเทศและการขับเคลื่อนประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าตามนโยบายของรัฐ โดยเน้นเชิงปริมาณและคุณภาพควบคู่กันไปในการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติมืออาชีพ เพื่อก้าวสู่การทำงานอย่างมั่นคง เป็นทั้งคนดี คนเก่ง และมีคุณธรรม

นายธีรพล กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัย มทรส.พิจารณายกร่างนโยบายข้างต้นเพื่อถือเป็นแนวปฏิบัติให้แก่บุคลากร ของ มทรส.ทั้งนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดการอุดมศึกษาที่กำหนดให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันศึกษาด้านวิชาชีพและเทคโนโลยีส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงที่เน้นการปฏิบัติ ซึ่งจากการประเมินคุณภาพประจำปี 2563 ถึง 2565 มทรส.อยู่ในระดับการประเมิน"ระดับดี"มาโดยตลอด และในปี 2566 สภามหาวิทยาลัยฯเห็นชอบให้ตั้งเป้าปี 66 ให้เพิ่มมากขึ้นใน ระดับสูงสุดคือ"ดีมาก"โดยเฉพาะด้านการผลิตบัณฑิต ซึ่งมั่นใจว่านักศึกษาทุกคนที่เรียนจะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศต่อไป.







ต้อม (สิงห์1)/ข่าว

ฟรุ้ทบอร์ดยุค”รัฐมนตรีเฉลิมชัย”โชว์ผลงานสร้างสถิติใหม่ส่งออกทุเรียน 5 เดือน ทะลุ 5 แสนตันสำเร็จเป็นครั้งแรก


นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ.เป็นประธานงานแถลงข่าวเผยแพร่ผลงานของคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ปี 2565 “มิติใหม่การบริหารจัดการผลไม้ ทุเรียนไทยส่งออกทะลุ 500,000 ตัน” พร้อมด้วยนายนวนิตย์ พลเคน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมงานแถลงข่าว ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า แม้ว่าประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19และสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ก็สามารถส่งออกทุเรียนผลสดไปจีนได้ถึง 550,848 ตัน ภายในเวลา 5 เดือน นับเป็นการทำลายสถิติการส่งออกเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (ข้อมูลวันที่ 1 กุมภาพันธ์ - 24 มิถุนายน 2565)

เป็นผลมาจากการบริหารจัดการผลไม้ โดยคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ซึ่งมีดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ.เป็นประธานได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ใหม่ๆในการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ตามแนวทางพัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2565 - 2570 เป็นแผนแม่บทสำหรับการพัฒนาผลไม้ไทยที่ครอบคลุมทั้ง Supply Chain และ Value Chain รวมถึงแผนระยะสั้น (ประจำฤดูกาล) โดยมีการบูรณาการกับคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) ในการปรับสมดุลข้อมูลของอุปทาน (Demand) และอุปสงค์ (Supply) ผลไม้” นายอลงกรณ์ กล่าว

ด้านนายนวนิตย์ พลเคน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะเลขานุการ Fruit Board ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวทางพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้แบบเบ็ดเสร็จ โดยมีคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) เป็นแกนหลักในการกลั่นกรอง เชื่อมโยง บูรณาการ แผนงาน/โครงการ ในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของผลไม้ รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มของผลไม้ตลอดฤดูกาลผลิต จากทุกหน่วยงานที่

เกี่ยวข้องภายในจังหวัด เพื่อจัดทำเป็นแผนบริหารจัดการผลไม้ (แผนแม่บท) ประจำปีของจังหวัดนั้น ๆ ตลอดจนบริหารจัดการ กำกับดูแลการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแผน ซึ่งสอดคล้องตามแนวทางพัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ. 2565 - 2570

“สำหรับแนวโน้มการเติบโตของปริมาณผลผลิตไม้ผลตั้งแต่ปี 2560 - ปัจจุบัน พบว่า มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของพื้นที่เก็บเกี่ยว และปริมาณผลผลิตของไม้ผลหลายชนิด เช่น ทุเรียน มีพื้นที่เก็บเกี่ยวผลผลิตเพิ่มขึ้นในรอบ 5 ปี ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2560 - 2565 เฉลี่ยร้อยละ 15 และปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น เฉลี่ยร้อยละ 7 เนื่องจากประเทศไทยมีสายพันธุ์ทุเรียนที่ดี ตลอดจนมีการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรของเกษตรกรได้อย่างเหมาะสม ทำให้สามารถบริหารจัดการสวนทุเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลผลิตทุเรียนมีคุณภาพดี รสชาติเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกไม้ผลประมาณ 7.3 ล้านไร่ ผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ลำไย และลิ้นจี่ โดยในปี 2564 มีปริมาณผลผลิตของทั้ง 6 ชนิด รวมกัน 3,447,014 ตัน มีอัตราการเติบโต ร้อยละ 7.9 ปริมาณการส่งออกรวมกัน 2,007,348 ตัน คิดเป็นมูลค่า 168,544 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลไม้เป็นสินค้าเกษตรที่มีความจำเพาะเจาะจง และมีความอ่อนไหวสูงมาก ให้ผลผลิตตามฤดูกาล และมักจะออกคราวละมาก ๆ (ออกกระจุกตัว) ในช่วงเวลาเดียวกัน มีอายุการเก็บรักษาสั้น ผลผลิตเน่าเสียง่าย เสี่ยงต่อภาวะราคาตกต่ำ ดังนั้นการบริหารจัดการผลไม้ของประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จ เกิดความยั่งยืนมีเสถียรภาพทางราคา จึงเป็นโจทย์ที่มีความท้าทายมากด้วยข้อจำกัดและเงื่อนไขข้างต้น



ต้อม ศิลา/ข่าว

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ป.ป.ช.พิจิตรลุยตรวจโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนเหตุวัตถุดิบขึ้นราคาหวั่นทุจริตซ้ำเติม


ป.ป.ช.พิจิตรลุยตรวจโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนเหตุวัตถุดิบขึ้นราคาหวั่นทุจริตซ้ำเติม เยาวชนคืออนาคตที่สำคัญของชาติ ป.ป.ช.พิจิตร ห่วงใยกลัวท้องไม่อิ่มจะไม่มีสมาธิเล่าเรียนออกสุ่มลุยตรวจโครงการอาหารกลางวันเหตุหวั่นวิตกราคาวัตถุดิบในการปรุงอาหารต่างทยอยขึ้นราคา แต่ถ้าหากว่าเจตนาสุจริตทำเพื่อเยาวชนก็มั่นใจว่าจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้หากไม่มีการคอรัปชั่นกินหัวคิวค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนงานนี้เน้นป้องปรามมากกว่าจับผิด

วันที่ 28 มิถุนายน 2565  นายอภิชาติ  ปุณยธัญพงศ์  ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร  พร้อมด้วยคณะที่ประกอบด้วยผู้แทนคลังจังหวัดพิจิตร ,ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร , ผู้แทนนายอำเภอตะพานหิน , ผู้แทนเทศบาลตะพานหิน และอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันลงพื้นที่ไปที่โรงเรียนเทศบาลตะพานหินวิทยาคาร ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองตะพานหิน อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร โดยมี นางสุพรรณ  มีบัวทอง เป็น ผอ.สถานศึกษา โรงเรียนดังกล่าวนี้เป็นโรงเรียนระดับอนุบาล-ประถมศึกษา มีบุคลากร 37 คน มีนักเรียน 335 คน  มีงบในการจัดทำอาหารกลางวันและนมโรงเรียนปีการศึกษาละ 7 แสนบาทเศษ  

ดังนั้นวันนี้ ป.ป.ช.พิจิตร จึงได้เลือกลงพื้นที่สุ่มตรวจอาหารกลางวัน และอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เนื่องจากโรงเรียนแห่งนี้เป็นสถานศึกษาที่เคยประสบปัญหาเรื่องโครงการอาหารกลางวันนักเรียนที่มีการจัดซื้อวัตถุดิบไม่ครบถ้วนโดยเมื่อในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นการจ้างปรุงสำเร็จจึงต้องตรวจติดตามคุณภาพให้มีมาตรฐานและมีคุณภาพต่อนักเรียน โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการแนะนำเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยสำนักงานคลังจังหวัดพิจิตรด้วย

จากการลงพื้นที่จริงวันนี้โรงเรียนเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กเป็นข้าวสวย-แกงเขียวหวานไก่-ไก่ทอด-ผลไม้ส้มเขียวหวาน 1 ผล ในราคาจัดซื้อจัดจ้างหัวละ 21 บาท/คน/ปีการศึกษา  ซึ่งพิจารณาดูแล้วก็สมราคา และที่สำคัญถ้าเด็กๆกินไม่อิ่มสามารถเติมอาหารเป็นรอบที่ 2-3 ได้ รวมถึงถ้ามีเด็กที่มีฐานะยากจนแล้วมีกับข้าวเหลือเพียงพอทางโรงเรียน โดยผู้ประกอบการก็จะนำข้าวและอาหารใส่ถุงให้เด็กๆนำไปฝากผู้ปกครองที่ส่วนใหญ่เป็นผู้พิการ-คนแก่-ครอบครัวที่ยากไร้ให้ได้กินเป็นอาหารเย็นอีกด้วย

นายอภิชาติ  ปุณยธัญพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า จากสถานการณ์วัตถุดิบของสด-ของแห้ง-เครื่องปรุง-แก๊สหุงต้ม ทยอยขึ้นราคาจึงเกรงว่าผู้ประกอบการจะลดคุณภาพและปริมาณอาหาร ซึ่งทำเป็นสัญญาผูกพันว่าจ้างไว้ล่วงหน้าแล้ว การลงพื้นที่ก็เพื่อทำความเข้าใจว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามสัญญาจ้างอาจจะได้กำไรน้อยหน่อยแต่ก็อยากขอให้เห็นกับเยาวชนของชาติที่หวังฝากท้องอาหารมื้อกลางวันไว้ที่โรงเรียน รวมถึงกำชับผู้ว่าจ้าง คือ โรงเรียนก็ควรปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบและที่สำคัญไม่ควรให้มีเรื่องการคอรัปชั่นหรือการกินหัวคิวค่าอาหารกลางวันของเด็กๆ ถ้าทุกคนร่วมใจกันก็เชื่อมั่นว่าเราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน






สิทธิพจน์  พิจิตร 

"หนึ่งแผ่นดิน หนึ่งหัวใจ เพื่อทหารไทย" กองทัพภาคที่ 2 ส่งมอบความสุข สร้างขวัญกำลังใจให้กำลังพลและประชาชนชายแดน จ.บุรีรัมย์ พลโท วี...