วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569


เตือน! ฝนตก ถนนลื่น เสี่ยงอุบัติเหตุ สคร.9 แนะ 7 วิธีขับขี่ปลอดภัย ในช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน เมื่อฝนตกหนัก ถนนลื่น วิสัยทัศน์ที่ไม่ดีขณะขับขี่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ง่าย สคร.9 นครราชสีมา ห่วงใยประชาชน ขอแนะนำ 7 วิธีขับขี่อย่างปลอดภัยช่วงฝนตกและน้ำท่วมขังบนท้องถนน ขอให้ผู้ที่ขับขี่ยานพาหนะในช่วงฝนตกเพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ ไม่ควรขับรถเร็วเกินไปขณะฝนตกหรือถนนเปียก ตรวจสอบสภาพรถและอุปกรณ์ให้พร้อมต่อการใช้งาน เช่น ที่ปัดน้ำฝน ระบบไฟฟ้า ระบบยาง ระบบเบรก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน  ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ง่าย เนื่องจากทัศนวิสัยขณะขับขี่ไม่ชัดเจน ถนนลื่น น้ำท่วมขัง เป็นต้น จึงขอให้ประชาชนที่ขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนนในช่วงฝนตก เพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ โดยการตรวจสอบสภาพรถและอุปกรณ์ให้พร้อมต่อการใช้งานในฤดูฝน เช่น ที่ปัดน้ำฝน ระบบไฟฟ้า ระบบยาง ระบบเบรก และไม่ควรขับรถเร็วขณะฝนตกหรือถนนเปียก โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตก 10–15 นาทีแรกหลังฝนเริ่มตก เป็นช่วงที่ถนนลื่นที่สุด เพราะน้ำฝนชะล้างคราบน้ำมันและฝุ่นบนผิวถนน ทำให้รถลื่นไถลได้ง่ายกว่าปกติ ทำให้รถเสียหลักจนเกิดอุบัติเหตุได้ และที่สำคัญควรงดใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างขับรถ คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง และผู้ขับขี่/ผู้ซ้อนรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง เพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิต  นายแพทย์สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ กล่าวต่อไปว่า สคร.9 นครราชสีมาห่วงใยประชาชน จึงขอแนะนำ 7 วิธีในการขับขี่ให้ปลอดภัยช่วงฝนตกและมีน้ำท่วมขังบนถนน ดังนี้ 

          1.เพิ่มความระมัดระวังขณะขับรถมากเป็นพิเศษ โดยลดความเร็วลงกว่าระดับปกติ เนื่องจากพื้นถนนที่เปียก รถจะใช้ระยะเบรกเพิ่มขึ้น และควรลดความเร็วให้เหมาะสมกับสภาพถนนและทัศนวิสัย จะช่วยให้สามารถควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          2.เปิดไฟหน้ารถเสมอ ใช้ไฟต่ำจะช่วยให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ บนถนนได้ชัดเจนขึ้น และช่วยให้รถคันอื่นมองเห็นรถของเราได้ในระยะไกล 

          3.เปิดใบปัดน้ำฝน ปรับระดับความเร็วของใบปัดน้ำฝนให้สัมพันธ์กับความแรงของฝนที่ตกลงมา จะช่วยให้มองเห็นเส้นทางได้ตลอดเวลา 

          4. เว้นระยะห่างจากท้ายรถคันหน้าให้มากกว่าปกติอย่างน้อย 10-15 เมตร เพื่อให้มีระยะเบรกที่เพียงพอและปลอดภัย 

          5.หลีกเลี่ยงการแซง แต่หากจำเป็นควรประเมินสถานการณ์ให้ดีก่อนแซง

          6.ในกรณีที่รถลื่นไถลหรือเหินน้ำ ไม่ควรเหยียบเบรกจนล้อหยุดหมุนทันที เพราะอาจทำให้รถพลิกคว่ำได้ ควรใช้เกียร์ต่ำ และค่อยๆ เบรก เพื่อลดความเร็ว แล้วจึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ

          7.เมื่อต้องขับรถผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง ขอให้หยุดประเมินสถานการณ์ หากระดับน้ำสูงกว่าขอบประตูรถ ไม่ควรขับฝ่าไป ควรเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทน ปิดแอร์ทันทีเพื่อป้องกันพัดลมแอร์พัดน้ำเข้าเครื่องยนต์ หรือใบพัดหัก  หากพบเห็นผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน ไม่ควรเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ ยกเว้นกรณีมีอันตรายเร่งด่วน เช่น รถกำลังไหม้ เสี่ยงระเบิด หรืออยู่กลางการจราจรที่ไม่สามารถป้องกันได้ จึงค่อยเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นหลักการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง ทั้งนี้ขอให้โทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ โทร. 1669 เพื่อส่งต่อผู้ป่วยอย่างถูกวิธี “ฝนตก ถนนลื่น ขับช้าลงอีกนิด ชีวิตปลอดภัยมากขึ้น” หากมีข้อสงสัย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422





กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

มทร.อีสาน โชว์ "แทรมลูกอีสาน" รถไฟฟ้ารางเบาฝีมือคนไทย 100% วิ่งทดสอบใช้งานจริงที่วิทยาเขตขอนแก่น "อธิการฯ โฆษิต" ชี้ จุดเปลี่ยนสำคัญสู่การสร้างอุตสาหกรรมระบบรางไทย

มทร.อีสาน โชว์ "แทรมลูกอีสาน" รถไฟฟ้ารางเบาฝีมือคนไทย 100% วิ่งทดสอบใช้งานจริงที่วิทยาเขตขอนแก่น "อธิการฯ โฆษิต" ชี้ จุดเปลี่ยนสำคัญสู่การสร้างอุตสาหกรรมระบบรางไทย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) เดินหน้าสร้างหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางไทย หลังประสบความสำเร็จในการนำรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit : LRT) หรือ “แทรมลูกอีสาน” ต้นแบบที่พัฒนาโดยทีมวิจัยและวิศวกรไทย ลงวิ่งทดสอบบนรางจริงภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการพัฒนานวัตกรรมระบบรางควบคู่กับการผลิตกำลังคนคุณภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมระบบรางของประเทศในอนาคต โดยการทดสอบดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างกว้างขวางผ่านสื่อสังคมออนไลน์ รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า "การนำรถไฟฟ้ารางเบาต้นแบบลงวิ่งบนรางจริง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางโดยคนไทย และสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้างองค์ความรู้ วิจัย พัฒนา และผลิตบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง รองรับการลงทุนด้านระบบรางที่กำลังขยายตัวทั่วประเทศ “สิ่งที่ประชาชนเห็นในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการทดสอบรถไฟฟ้ารางเบาต้นแบบ แต่คือภาพสะท้อนศักยภาพของคนไทยที่สามารถออกแบบ วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางให้ใช้งานได้จริง เราไม่ได้กำลังสร้างรถไฟฟ้าเพียงหนึ่งขบวน แต่กำลังสร้างองค์ความรู้ สร้างบุคลากร และวางรากฐานให้อุตสาหกรรมระบบรางของประเทศไทยสามารถเติบโตได้ด้วยศักยภาพของคนไทย” อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าว อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวว่า "การทดสอบครอบคลุมทั้งสมรรถนะการวิ่งบนทางตรงและทางโค้ง ระบบเบรก ระบบขับเคลื่อน ชุดล้อเลื่อน รวมถึงการตรวจสอบประสิทธิภาพของชิ้นส่วนสำคัญที่พัฒนาโดยทีมวิจัยของมหาวิทยาลัย อาทิ อุปกรณ์ยึดราง ยางรองราง และยางรองร่องราง เพื่อให้มั่นใจว่ารถไฟฟ้ารางเบาต้นแบบมีความพร้อมด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยสำหรับการใช้งานจริง"นอกจากนี้ การพัฒนารถไฟฟ้ารางเบาต้นแบบยังได้นำองค์ความรู้และมาตรฐานด้านวิศวกรรมระบบรางจากนานาประเทศมาศึกษาและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ทั้งด้านการออกแบบ ความปลอดภัย การควบคุมระบบ และการบำรุงรักษา เพื่อยกระดับมาตรฐานการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางของประเทศให้สามารถแข่งขันในระดับสากลได้ รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต กล่าวเพิ่มเติมว่า "รางทดสอบภายในวิทยาเขตขอนแก่นไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ทดลองเดินรถ แต่เป็นห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษา อาจารย์ และนักวิจัยได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การติดตั้ง การทดสอบ การซ่อมบำรุง ไปจนถึงการบริหารจัดการระบบราง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตกำลังคนด้านระบบรางที่ประเทศต้องการ"“ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี มทร.อีสาน ได้พัฒนาหลักสูตร งานวิจัย และเครือข่ายความร่วมมือด้านระบบรางอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จของ ‘แทรมลูกอีสาน’ จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของมหาวิทยาลัย แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการสร้างองค์ความรู้ด้านระบบรางด้วยตนเอง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางอย่างครบวงจร” มทร.อีสาน - RMUTI










กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน  

เลขาฯวัชรินทร์_แทนจำรัส ร่วมกับพี่ๆ น้องๆ "ชมรมรวมพลคนทำดี" เลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ และ ร่วมกันมอบทุนค่าขนม ให้กับน้องๆ นักเรียน ณ โรงเรียนบ้านตลุกหิน ต.วังทับไทร อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร

คิดดี...ทำดี พูดดี สุขใจ💥 รวมพลคนทำดี วันที่ 10 กรกฏาคม 2569 ร่วมกับพี่ๆ น้องๆ "ชมรมรวมพลคนทำดี" กับกิจกรรม เลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ และ ร่วมกันมอบทุนค่าขนม ให้กับน้องๆ นักเรียน  ณ โรงเรียนบ้านตลุกหิน ต.วังทับไทร อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี และพี่ๆ น้องๆ ที่มาร่วมกิจกรรมของชมรมฯ  ในครั้งนี้ด้วย..ขอบคุณครับ














#เลขาฯวัชรินทร์_แทนจำรัส #รวมพลคนทำดี #โรงเรียนบ้านตลุกหิน 

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ร่วมกับสมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย และจังหวัดพิจิตร จัดการแข่งขันเรือพายชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยประจำปี 2569 (สนามที่ 2)

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายสุนทร ลี้สกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ 2  (ช.อปน-2.)เป็นผู้กล่าวรายงานในพิธีเปิด การแข่งขันเรือพายชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยประจำปี 2569 (สนามที่ 2) โดยมี นาย กฤษฏ์ เพ็ญสุภา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เป็นประธานในพิธีเปิด ณ บึงสีไฟ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  โดยจัดการแข่งขันครั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ร่วมกับสมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย และจังหวัดพิจิตร มีนักกีฬาเรือพาย 1,043 คนจากชมรมเรือพาย 43 แห่ง ทั่วประเทศ เข้าร่วมแข่งขัน มีผู้ร่วมชมกิจกรรมและเข้าชมแข่งเรือในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก









 

📌นายอำเภอฝาง เปิดโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569

📌นายอำเภอฝาง เปิดโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2569) เวลา 09.00 น. ว่าที่ร้อยตรี นพรัตน์  ศุภกิจโกศล นายอำเภอฝาง เป็นประธานเปิดโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการปลูกป่าถวายเป็นพระราชกุศล เพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่โครงการหลวง ภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วน สร้างความตระหนัก และความสำคัญในการร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ ตลอดจนสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร การปลูกป่ายังคำนึงถึงการอยู่ร่วมกันของคนกับป่า ยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม สร้างทัศนคติที่ดีแก่ประชาชน ให้ร่วมกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมี คณะสงฆ์ หัวหน้าส่วนราชการ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ฝาง หน่วยจัดการต้นน้ำแม่เผอะ อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ทหาร ร้อย ม.3 บก.ควบคุมผาดำ ฉก.ไชยยานุภาพ ผู้บริหารสถานศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบลม่อนปิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลแม่งอน กำนันและผู้ใหญ่บ้านตำบลม่อนปิ่น นักเรียน และประชาชนจิตอาสา ร่วมกันปลูกต้นไม้ จำนวน 1,000 ต้น ณ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง พื้นที่บ้านขอบด้ง ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่


















ภาพข่าว- วีดีโอ -ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 3 ธีรพงศ์ นาคแนม (นกพิราบศูนย์ข่าว จังหวัดพิจิตร)  โทร 0831671688 รายงาน**ก้าวผ่านคำว่า "หน้าที่" คือ"จิตอาสา" อย่างแท้จริง ** จิตอาสาพัฒนา เราทำความดีด้วยหัวใจ....ร่วมใจกันพัฒนา….บุญอาจส่งให้เสวยสุข แต่ธรรมเท่านั้นที่จะรักษาใจ ไม่ให้ตกต่ำลงจากความดี คนมีฤทธิ์แต่ไม่มีหิริ ย่อมใช้ฤทธิ์ไปทางที่ชั่ว คนมีบุญแต่ไม่มีโอตัปปะย่อมประมาทและทำลายบุญของตนเอง ส่วนผู้ใดมีความละอายชั่ว และเกรงกลัวบาปอยู่ในหัวใจ แม้ยังเดินอยู่บนพื้นดิน ผู้นั้นก็มี เทวธรรม อยู่ในตนแล้ว อย่ามัวแต่แหงนมองหาเทวดาบนฟ้า จนลืมสร้างธรรมของเทวดาไว้ในใจตน เพราะคนจะสูงหรือต่ำ มิได้วัดกันด้วยภพภูมิที่อาศัย แต่วัดกันตรงที่ เมื่อความชั่วผ่านเข้ามาในใจ เรายังรู้จักคำว่า ละอาย และเกรงกลัว อยู่หรือไม คำของครูบาอาจารย์บันทึกสอนไว้


เตือน! ฝนตก ถนนลื่น เสี่ยงอุบัติเหตุ สคร.9 แนะ 7 วิธีขับขี่ปลอดภัย ในช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน เมื่อฝนตกหนัก ถนนลื่น วิสัยทัศน์ที่ไม่ดีขณ...