“พิธีเปิดโครงการ ชุมชนบำบัดอย่างยั่งยืนในตำบลแพร่ระบาดยาเสพติดสูงสุด 100 ตำบล ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล (Quick win )”วันที่20ธ.ค.66เวลา 09.00น นำโดย พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.น.เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พล.ต.ต. เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 พ.ต.อ. โฆษิต บุญทวี รองผบก.น.3 พ.ต.อ.ถนัด นักธรรมรอง ผบก.น.พ.ต.อ.ชนะวรศิณธุ์ ศุภพนารักษ์ รองผบก.น.3 พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สน.มีนบุรี พร้อมด้วย นาง นิตยา แพร่หลวง ผู้ช่วย ผู้อำนวยการเขตมีนบุรี นายแพทย์บุญธรรม ทุมพงษ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์บริการสาธารณสุข 43 มีนบุรี พร้อมผู้แทนผู้อำนวยการสำนักป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร นายสมถวิล คำทอง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้เขตมีนบุรี นายสุนทร สิงขรอาจ ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน นาย กอบเดช ตั้งไชยวงศ์ ประธาน กต.ตร.สน.มีนบุรี นายสมัย เจริญช่าง ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร นายวุฒิวัย หวังบู่ อิหม่าม มัสยิดอิดด์ฮาร์ด อุลูมุดดีนและประธานชุมชนอิดด์ฮาร์ด นายสุรศักดิ์ มานวงศ์ อิหมามมัสยิดกมาลุ้ลเฮียะห์ซาน (แสงวิมาน) นางเพียงเพ็ญ แสงวิเศษ ประธานชุมชน ทองสงวน นายเกียรติศักดิ์ มานวงศ์ ประธานชุมชน ราษฎร์พัฒนา นายสุรพล อับดุลรอมาน ประธานชุมชนอับดุลรอมาน นาย ประเสริฐ กอนโด ประธานชุมชนสามัคคีพัฒนา นางมณี ตะเคียนโต ประธานชุมชนเกาะใหญ่พัฒนา นายสมประสงค์ มะดะเรส ประธานชุมชนอิดด์ฮาร์ดพัฒนา นายภักดี พุ่มสว่าง ประธานชุมชนแสงวิมาน นางบุญช่วย กินวารี ประธานชุมชนบึงพระยา พร้อมด้วย คณะกรรมการชุมชน ฯ อสส., อส.ตร.สน.มีนบุรี และประชาชนในชุมชน แขวงแสนแสบ 9 ชุมชน ,สมาชิกชุมชนสุเหร่าบ้านเกาะ และ ประชาชนในพื้นที่ฯ,เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่าย ป.,จร.,สส. และชุดเจ้าหน้าที่ตชส.สน.มีนบุรี
วันพุธที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566
วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
วันที่ ๒๒ พ.ย.๖๖ เวลา ๑๖.๐๐ น.พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง รอง ผบช.ภ.๖ เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี ๒๕๖๖ ณ ลานหน้าอาคารที่ทำการ ภ.จว.พิจิตร ถ.ศรีมาลา ต.ในเมือง อ.เมืองพิจิตร จ.พิจิตร โดยมี พล.ต.ต.ฐเดช กล่อมเกลี้ยง ผบก.ภ.จว.พิจิตร, พ.อ.ภาณุมาส จีนานุรักษ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัดพิจิตร, พ.ต.อ.สถาพรศรีภิรมย์ รอง ผบก.ภ.จว.พิจิตร, พ.ต.อ.อนุกูล ดาวลอย รอง ผบก.ภ.จว.พิจิตร, พ.ต.อ.สุชีพ สิทธิราช รอง ผบก.ภ.จว.พิจิตร, พ.ต.อ.ทัพพ์เศรษฐ์ เขื่อนแก้ว รอง ผบก.ภ.จว.พิจิตร, พ.ต.อ.สุเมธ เงินบำรุง รอง ผบก.ภ.จว.พิจิตร, ผู้แทนป้องกันจังหวัดพิจิตร, ผู้แทนนายอำเภอเมืองพิจิตร, ผกก.สืบสวน ภ.จว.พิจิตร, ผกก.สภ.เมืองพิจิตร, ผกก.สภ.สามง่าม, ผกก.สภ.โพธิ์ประทับช้าง,ผกก.สภ.วชิรบารมี, ผกก.สภ.สากเหล็ก, นวท. (สบ4) พฐ.จว.พิจิตร, สว.ตม.จว.พิจิตร, สว.ส.ทล.๕ เพชรบูรณ์,สว.ส.ทท.๒ กก.๓ บก.ทท.๒,สว.สภ.ย่านยาว และ สว.สภ.ดงป่าคำพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อส.ตร. และ ชรบ. ในพื้นที่ เข้าร่วมในพิธีปล่อยแถวฯ ในครั้งนี้ จำนวนรวมทั้งสิ้น ๒๕๐ นาย...
เนื่องจากในจันทร์ที่ ๒๗ พ.ย.๖๖ เป็นวันลอยกระทงในหลายพื้นที่มีการจัดกิจกรรมงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี ๒๕๖๖เพื่ออนุรักษ์สืบสานส่งเสริมประเพณีอันดีงามและทรงคุณค่าของไทย ซึ่งอาจจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรมลอยกระทงตามสถานที่ต่างๆ เป็นจำนวมาก อาจทำให้เกิดปัญหาการจราจรปัญหาอาชญากรรม ปัญหาความเดือดร้อนรำคาญ และอันตรายที่เกิดจากการเล่นดอกไม้เพลิงพลุ ประทัด และโคมลอย รวมถึงอาจมีมิจฉาชีพแอบแฝงเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์สินในสถานที่จัดงานต่างๆ ด้วย เพื่อให้การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในช่วงเทศกาลประเพณีลอยกระทง ประจำปี ๒๕๖๖ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดทำการระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนเทศกาลวันลอยกระทงระหว่างวันที่ ๒๐–๒๖ พ.ย.๖๖ เป็นเวลา ๗ วันโดยมีการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ตั้งจุดตรวจค้นทั้งพื้นที่ชั้นนอกชั้นในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่จัดงาน จัดระเบียบพื้นที่จัดงาน จำกัดช่องทางเข้า-ออก ตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ อาวุธ ยาเสพติดสิ่งผิดกฎหมาย รถต้องสงสัยมุ่งเน้นการป้องกันปราบปรามคดีเกี่ยวกับชีวิต ร่างกายและเพศ คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์คดีอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นตามแหล่งท่องเที่ยว หรือสถานที่ที่มีการจัดงานคดีที่รัฐเป็นผู้เสียหายความผิดเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กวดขันจับกุมผู้เล่นดอกไม้เพลิง พลุ และประทัดในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญหรือน่าจะเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่น เพิ่มความเข้มในการตรวจตรารักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญต่างๆ และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2566
มทบ.37 จัดกำลังพล เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เชียงราย ทำการสร้างฝายชะลอน้ำแบบคอกหมูบริเวณลำห้วยขุนน้ำคำ ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน จว.ช.ร.
เมื่อ 19 ส.ค. 66 เวลา 0900 ร.ต. ไพบูลย์ สายหงษ์หน.ชุดประสานงานและคุ้มครองป้องกันชุมชน สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง บ้านธารทอง พร้อมด้วยกำลังพลร่วมกับ เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เชียงราย ทำการสร้างฝายชะลอน้ำแบบคอกหมูบริเวณลำห้วยขุนน้ำคำ ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน จว.ช.ร. เพื่อชลอน้ำทำให้พื้นที่ป่าเกิดความชุ่มน้ำลดปัญหาการเกิดไฟป่าในอนาคต ในพื้นที่รับผิดชอบของ สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามพระราชดำริ บ้านธารทอง ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2566
"กลโกง มิจฉาชีพ""สืบนครบาล และ สืบ111"
จับกุมตัว นายอนุศักดิ์หรือบิว เจ้าของบัญชีธนาคารจำนวนมากที่ถูกใช้สำหรับการรับโอนเงินจากผู้เสียหายโดยการหลอกโอนเงินหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้ลงทุน ชักชวนหารายได้เสริม เพจลงทุนปลอม รวมถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จนสร้างความเสียหายกว่าสิบล้านบาท ทั้งนี้นายบิวอ้างว่า เปิดบัญชีให้เพื่อนเพื่อใช้เล่นพนันออนไลน์รับโบนัสเพิ่ม ไม่ได้ค่าตอบแทนแต่อย่างใด” ตามนโยบายของ "พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์" ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบ ที่สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยผู้เสียหายได้ร้องเรียนมายังเพจสืบนครบาล IDMB ให้ช่วยจับกุมนาย อนุศักดิ์ มาเพชร ซึ่งเป็นตัวการในการฉ้อโกง
จากการตรวจสอบประวัติในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า ปัจจุบัน นายอนุศักดิ์ มาเพชร มีหมายจับที่ต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี จำนวน 7 หมายจับ ได้แก่
1) หมายจับที่ 336/2566 ของศาลจังหวัดภูเก็ต ลงวันที่ 14 มิ.ย. 2566
ข้อหา ร่วมกันในข้อหาฉ้อโกประชาชน,พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
2) หมายจับที่ 271/2566 ของศาลจังหวัดภูเก็ต ลงวันที่ 8 พ.ค. 2566
ข้อหา ร่วมกันในข้อหาฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
3) หมายจับที่ 375/2566 ของศาลอาญามีนบุรี ลงวันที่ 5 เม.ย. 2566
ข้อหา ร่วมกันในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน,ร่วมกันในข้อหาฉ้อโกง
4) หมายจับที่ 124/2566 ของศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 20 มี.ค. 2566
ข้อหา ร่วมกันในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
5) หมายจับที่ 304/2565 ของศาลจังหวัดนครสวรรค์ ลงวันที่ 1 พ.ย. 2565
ข้อหา ตัวการในข้อหาฉ้อโกง,ตัวการในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
6) หมายจับที่ 430/2565 ของศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงวันที่ 7 ต.ค. 2565
ข้อหา ตัวการในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
7) หมายจับที่ 176/2565 ของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2565 ข้อหา ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นฯ”
"พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์" ผบก.สส.บช.น. จึงกำชับนักเรียนสืบสวนหลักสูตรการคดีอาญา รุ่นที่ 111 ชุดปฏิบัติการที่ 9 ที่เพิ่งเข้ามาฝึกงานภาคปฏิบัติ พร้อมด้วยครูพี่เลี้ยง กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ให้เร่งสืบสวนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม 2566 เวลาประมาณ 15.00 น. "พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง" ผบช.น., "พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์" รอง ผบช.น. , "พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์" ผบก.สส.บช.น. "พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง" รอง ผบก.สส.บช.น., " พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล" ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์, พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฏศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ธีวร์ราธิป ชูดวง , พ.ต.ท. พิทักษ์ ศรีกระแจะ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 และ 3 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมนักเรียนหลักสูตรการสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 111 ชุดปฏิบัติการที่ 9
ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายอนุศักดิ์ มาเพชร อายุ 35 ปี (ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เลขที่ 25/244 ซอยพหลโยธิน 48 แยก 17/1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 375/2566 ลงวันที่ 5 เมษายน 2566
ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าที่ห้องพักเลขที่ 25/249 อาคารห้องชุดบ้านสวนบางเขน แขวง อนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานครในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พฤติการ์ณคดีการกระทำความผิด ก่อนหน้าที่จะถูกจับกุมในคดี 7 หมายในครั้งนี้ นายอดิศักดิ์หรือนายบิว ได้เคยถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2565 จำนวน 3 หมายจับ ที่ สภ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีมูลค่าความเสียหาย 90,000 บาท, สภ.ลำพูน มูลค่าความเสียหาย 80,000 บาท และ สน.คันนายาว มูลค่าความเสียหาย 1,400,000 บาท ซึ่งนายบิวได้ขอประกันตัวในชั้นศาลในเวลาต่อมา จนต่อมา นายอดิศักดิ์ ได้ถูกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีอาญาอีก 7 หมาย โดยมีพฤติการณ์ในคดีที่คล้ายคลึงกับที่ถูกจับกุมเมื่อปี 2565 ซึ่งบัญชีธนาคารของนายอดิศักดิ์ นั้นได้ถูกใช้เป็นบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพไม่ว่าจะเป็นคอลเซ็นเตอร์ เพจลงทุนปลอม ชักชวนให้หารายได้เสริม ทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนเป็นมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท
เมื่อถูกจับกุม นายอนุศักดิ์ มาเพชร ผู้ต้องหา ให้การว่าในช่วงต้นปี 65 ได้ทำการเปิดบัญชีในหลายธนาคาร ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกร, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารกรุงศรี, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารซีไอเอ็มบี และธนาคารออมสิน โดยจะเปิดบัญชีในแต่ละธนาคารละ 4 ถึง 5 บัญชี ผ่านระบบลงทะเบียนออนไลน์ เมื่อเปิดแล้วจึงส่งมอบบัญชีให้ นายสมศักดิ์ สาโรจน์ ทั้งหมด โดยไม่ทราบว่านายสมศักดิ์ฯ มีความประสงค์ที่จะเอาไปจำหน่ายหรือนำไปกระทำผิดกฎหมาย จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องนำส่ง พงส. สน.บางชัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้าน "พล.ต.ต.ธีรเดช" กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกง หรือสินค้าที่มีราคาถูกเกินกว่าราคาและคุณภาพที่ควรจะเป็น เนื่องจากมิจฉาชีพมักใช้ความโลภเห็นแก่ผลกำไรมาเป็นจุดล่อใจให้ประชาชนหลงกล ควรมีสติวิเคราะห์ถึงพฤติกรรม กลโกง หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ เสนอขาย หรือชักชวนลงทุนในด้านต่างๆ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ "พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์" ผบ.ตร.
ทีมข่าว อาชญากรรม ต้อม สิงห์๑ รายงาน ข่าว
วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2566
สทนช. เตรียมพร้อมรับมือฝน ปี 66 พื้นที่ลุ่มน้ำน่าน จ.พิจิตร ตามมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2566
วันนี้ (17 ส.ค.66) นาย ชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ลงพื้นที่บึงสีไฟ จ.พิจิตร เพื่อติดตามการพัฒนาและเก็บกักน้ำ และติดตามการดำเนินงานตาม 12 มาตรการรับมือ ฤดูฝน ปี 2566 และ 3 มาตรการรับมือ ฤดูฝนปี 2566 เพิ่มเติม เพื่อรองรับสถานการณ์เอลนีโญ ซึ่งบึงสีไฟเป็นแหล่งน้ำสำคัญในผังน้ำลุ่มน้ำน่าน เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ 1 ใน 8 ของพื้นที่ชุ่มน้ำภาคเหนือที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ต.ท่าหลวง ต.โรงช้าง ต.คลองคะเชนทร์ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.พิจิตร มีพื้นที่ประมาณ 5,390 ไร่ และมีสภาพตื้นเขินบางส่วน โดยปัจจุบันมีการขับเคลื่อนการพัฒนา อนุรักษ์ และฟื้นฟูบึงสีไฟ ให้เป็นพื้นที่ชะลอและรองรับน้ำหลากในช่วงฤดูฝน ให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ ได้ในช่วงฤดูแล้ง พร้อมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติผ่านคณะอนุกรรมการบริหาร พัฒนา อนุรักษ์ ฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติและแม่น้ำลำคลอง ซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า ปัจจุบันปริมาณฝนสะสมทั้งประเทศตั้งแต่ 1 ม.ค. 66 ถึงปัจจุบัน น้อย
กว่าค่าปกติร้อยละ 18 และในพื้นที่ภาคเหนือน้อยกว่าค่าปกติร้อยละ 27 สำหรับสถานการณ์น้ำ ณ ปัจจุบัน
ของ จ.พิจิตร มีแหล่งน้ำขนาดกลาง 1 แห่ง คือ บึงสีไฟ มีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 11.4 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น
ร้อยละ 90.19 ซึ่งมีปริมาณน้ำมากกว่า ปี 65 จำนวน 1.23 ล้าน ลบ.ม. จากการตรวจสอบไม่พบพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำด้านอุปโภคบริโภค และพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำด้านการเกษตร ทั้งนี้ รองเลขาธิการฯ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 66 และมาตรการเพิ่มเติมเพื่อรองรับสถานการณ์เอลนีโญ 3 มาตรการอย่างเคร่งครัด และกำชับทุกหน่วยงานเตรียมแผนการรับมือ
จากสถานการณ์เอลนีโญเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ทันกับสถานการณ์
รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่าจากการลงพื้นที่ บึงสีไฟสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 12.64 ล้านลูกบาศก์เมตร และการบริหารจัดการน้ำของบึงสีไฟ เพื่อรักษาระบบนิเวศและบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมชลประทาน ซึ่งมีแผนงานโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำบึงสีไฟเพื่อการเกษตรประมาณ 7,500 ไร่ ส่วนการปรับปรุงภูมิทัศน์บึงสีไฟให้สวยงามนั้น ดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตรและเทศบาลเมืองพิจิตร “พื้นที่ลุ่มน้ำน่านในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่น้ำท่วม อยู่ในรหัสโซนพื้นที่ทางน้ำหลาก และบางส่วนอยู่ในรหัสโซนพื้นที่น้ำนอง ซึ่ง สทนช. เสนอแนะให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นพื้นที่เกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร ป้องกันการพัฒนา ที่อาจก่อให้เกิดการเบี่ยงเบนทางน้ำหรือกระแสน้ำ หรือกีดขวางการไหลของน้ำ เว้นแต่การใช้ประโยชน์ที่ดิน ที่กำหนดไว้เป็นเขตชุมชน เขตอุตสาหกรรม และเขตพื้นที่ป้องกันน้ำท่วมตามผังเมืองรวม นอกจากนี้ ผังน้ำ ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยตัดสินใจในการสร้างที่อยู่อาศัย โรงงาน นิคมอุตสาหกรรม ไม่ให้อยู่ในพื้นที่น้ำหลากหรือ กีดขวางทางระบายน้ำรวมถึงควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินในขอบเขตพื้นที่ตามระบบทางน้ำที่ได้กำหนดแนวเขตไว้ โดยผังน้ำจะกำหนดขอบเขตชัดเจนว่า บริเวณใดเป็นพื้นที่สงวนไว้ให้ทางน้ำโดยเฉพาะ ไม่มีสิ่งกีดขวางตั้งแต่ ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ขณะนี้การจัดทำผังน้ำ ลุ่มน้ำน่าน ได้ดำเนินการปรับปรุงตามข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้วเสร็จ และจะนำไปรับฟังความคิดเห็นเป็นครั้งสุดท้ายต้นเดือนกันยายน 2566”
"หนึ่งแผ่นดิน หนึ่งหัวใจ เพื่อทหารไทย" กองทัพภาคที่ 2 ส่งมอบความสุข สร้างขวัญกำลังใจให้กำลังพลและประชาชนชายแดน จ.บุรีรัมย์ พลโท วี...
-
“วันเด็กแห่งชาติ” วันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๙ “นาย วสันต์ บุญดวง” (ป๋าหมุดบางเขน) ผู้จัดการ-ผู้บริหาร นิติบุคคลบ้านสวนบางเขน กับผู้จัดการอาค...
-
"หนึ่งแผ่นดิน หนึ่งหัวใจ เพื่อทหารไทย" กองทัพภาคที่ 2 ส่งมอบความสุข สร้างขวัญกำลังใจให้กำลังพลและประชาชนชายแดน จ.บุรีรัมย์ พลโท วี...
-
อู่ เอส.เอ็น.โชครุ่งเรืองการาจ จัดพิธีทำบุญขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2567 วัน เสาร์ ที่ 27 มกราคม 2567 "อู่ เอส.เอ็น.โชครุ่งเรืองการาจ...































.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)




















