วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

กรมทางหลวง สัมมนาสรุปผลปรับปรุงถนน จ.พิจิตร ช่วง อ.บางมูลนาก – บ.โพทะเล รองรับการเดินทางคมนาคมขนส่งในอนาคต


วันนี้ (14 กุมภาพันธ์ 2567) เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมเทพหงษ์ทอง วิทยาลัยชุมชนพิจิตร จังหวัดพิจิตร กรมทางหลวงได้จัดการประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (การสัมมนา ครั้งที่ 3) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 1067 ช่วงอำเภอบางมูลนาก - บ้านโพทะเล เพื่อนำเสนอสรุปผลการศึกษาด้านวิศวกรรม มาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ การดำเนินการมี ส่วนร่วมของประชาชน พร้อมทั้งเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำไปประกอบการปรับปรุงรายละเอียดถนนโครงการ และกำหนดมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการให้มีประสิทธิภาพต่อไป โดยได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรีขรรค์ไชย ทันธิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานเปิดการประชุม โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุม  เนื่องจากภายหลังการศึกษาและลงพื้นที่สำรวจรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่ผ่านมาของโครงการ ทำให้ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ศึกษาของโครงการเป็นจุดเริ่มต้นบนทางหลวงหมายเลข 1067 ประมาณ กม.0+900 และมีจุดสิ้นสุดโครงการ ประมาณ กม.14+933 รวมระยะทางประมาณ 14.033 กิโลเมตร โดยบริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ มีการปรับปรุงบริเวณจุดตัด ทางแยก กม.0+900 ซึ่งอยู่ในโค้งราบเพื่อให้การออกแบบเป็นไปตามหลักด้านวิศวกรรมและความปลอดภัย จึงจำเป็นต้องปรับปรุงโค้งราบและทางแยกดังกล่าว จึงส่งผลให้ต้องปรับตำแหน่งจุดเริ่มต้นโครงการไปยัง กม.0+900 เพื่อให้ครอบคลุมบริเวณทางแยกโดยอยู่ในพื้นที่อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ซึ่งการจัดประชุมในครั้งนี้ บริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ จึงขอนำเสนอสรุปผลการศึกษาโครงการ โดยมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้


1. รูปแบบทางหลวงโครงการ ได้ออกแบบให้สอดคล้องกับลักษณะทางกายภาพของภูมิประเทศตามแนวเส้นทางโครงการ แบ่งเป็น 2 พื้นที่ ได้แก่ 1.ในเขตชุมชนทั่วไป 2.นอกเขตชุมชน และสามารถกำหนดรูปแบบในการพัฒนาโครงการ ดังนี้  ในเขตชุมชนทั่วไป ออกแบบเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร และบางช่วงออกแบบเป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจร  (ไป-กลับ) แบ่งทิศทางการจราจรด้วยเกาะกลางแบบดินถม (Raised Median) ส่วนในแหล่งชุมชน ออกแบบเป็นถนนขนาด 


8 ช่องจราจร (ไป-กลับ) และมีเกาะกลางแบบดินถม (Raised Median) 

นอกเขตชุมชน ออกแบบเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร และบางช่วงออกแบบเป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจร (ไป-กลับ)  แบ่งทิศทางการจราจรด้วยเกาะกลางแบบกำแพง (Barrier Median) 

2. รูปแบบจุดตัดทางแยก โดยจากการศึกษาพื้นที่โครงการ พบว่า ถนนโครงการมีทางแยกกับถนนโครงข่ายอื่น จำนวน 5 ตำแหน่ง แบ่งเป็นลักษณะสามแยก 3 ตำแหน่ง และสี่แยก 2 ตำแหน่ง เพื่อให้การเชื่อมต่อถนนสอดคล้องกับ การขยายทางหลวง 4 ช่องจราจร จึงมีการปรับปรุงตามจุดต่างๆ ดังนี้

จุดที่ 1 บริเวณสี่แยกบางมูลนาก กม.0+900 ปรับปรุงผิวจราจรบริเวณสี่แยกและปรับปรุงรูปแบบช่องจราจรใหม่ให้สอดคล้องกับรูปแบบของโครงการ 

จุดที่ 2 และจุดที่ 3 บริเวณสามแยก กม.7+500 ทางหลวงชนบทหมายเลข พจ.4059 และพจ.4058 ออกแบบเป็นลักษณะทางเชื่อม 

จุดที่ 4 บริเวณแยกท่าบัว กม.7+860 ทางหลวงหมายเลข 1067 ตัดทางหลวงชนบทหมายเลข พจ.4048 ออกแบบเป็นสี่แยกสัญญาณไฟจราจร 

จุดที่ 5 บริเวณสามแยก กม.12+240 ทางหลวงชนบทหมายเลข พจ.4088 ออกแบบเป็นลักษณะทางเชื่อม

3. รูปแบบจุดกลับรถ ได้ออกแบบจุดกลับรถไว้ 2 ประเภท คือ จุดกลับรถระดับพื้นและจุดกลับรถใต้สะพาน 

ซึ่งเกาะกลางที่ใช้ในการออกแบบจุดกลับรถ ได้แก่ เกาะกลางแบบดินถม (Raised Median) เป็นรูปแบบที่เหมาะสมต่อการกลับรถ มีช่องรอเลี้ยวที่สะดวกปลอดภัย อีกทั้งเกาะกลางไม่สูงต่อการบดบังสายตาและมีพื้นที่เพียงพอในการติดตั้งป้ายจราจร โดย จุดกลับรถระดับพื้น มีรายละเอียดดังนี้ 

1. แบบนอกเขตชุมชน (มีไหล่ทางสำหรับรองรับรถเลี้ยว) : เกาะกลางแบบดินถม (Raised Median) ทิศทางตรงจำนวน 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง มีไหล่ทางด้านซ้ายสำหรับรองรับรถบรรทุกขณะกลับรถ 6.7 เมตร สามารถรองรับรถบรรทุกขณะกลับรถได้ บริเวณที่ออกแบบ ได้แก่ บริเวณ กม.5+600 , กม.11+100 และ กม.13+100 

2. แบบในเขตชุมชน (ขยายเต็มเขตทาง) : เกาะกลางแบบดินถม (Raised Median) ทิศทางตรงจำนวน 

4 ช่องจราจรต่อทิศทาง สามารถรองรับรถบรรทุกขณะกลับรถได้ บริเวณที่ออกแบบ ได้แก่ กม.2+900 กม.6+740 กม.7+869 กม.9+730 และ กม.14+188 

3. จุดกลับรถ 1 ทิศทาง : ชนิดเกาะกลางแบบดินถม (Raised Median) ช่องรอเลี้ยวกว้าง 3 เมตร อยู่บนทางหลวงหมายเลข 1067 กม.1+200 

4. จุดกลับรถบริเวณทางเข้า รพ.บางมูลนาก โดยมีทิศทางจากสี่แยกบางมูลนากมุ่งหน้าอำเภอโพทะเล โดยจะเปิดไว้เฉพาะรถที่เลี้ยวขวาเข้า รพ.บางมูลนากเท่านั้น บริเวณ กม.3+200 

ส่วนจุดกลับรถใต้สะพาน : จุดกลับรถใต้สะพานมีขนาด 1 ช่องจราจร ให้เฉพาะรถที่ความสูงไม่เกิน 2.7 – 3 เมตร บริเวณที่ออกแบบ ได้แก่ กม.2+292.191 – 2+368.703 และ กม.8+356.612 – 8+381.612 


ทั้งนี้ จากการสำรวจสะพานเดิมตลอดแนวทางเส้นโครงการ พบว่า มีจำนวนสะพานตลอดแนวเส้นทางโครงการ จำนวน 14 สะพาน จึงกำหนดโครงสร้างสะพาน เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.สะพานขนาดใหญ่ เป็นสะพานที่มีความยาว ตั้งแต่ 20 เมตรขึ้นไป มีจำนวน 1 แห่ง 2.สะพานขนาดเล็ก เป็นสะพานช่วงสั้น ความยาวไม่เกิน 15 เมตร มีจำนวน 13 แห่ง ส่วนงานระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ได้พิจารณาระบบไฟฟ้าแสงสว่างของถนน ให้สอดคล้องตามลักษณะทางกายภาพของงานทาง โดยในพื้นที่ทางแยกและจุดเชื่อมต่อที่มีความกว้างของพื้นที่หรือถนน สามารถติดตั้งเสาไฟฟ้าแสงสว่างได้ทั้งแบบ เสาไฟกิ่งคู่และกิ่งเดี่ยว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ทาง หรือในกรณีสะพานข้ามลำน้ำเป็นสะพานแยกจะติดตั้งเสาไฟตรงกลางแบบกิ่งเดี่ยว ส่วนงานระบบระบายน้ำ โครงการมีการปรับปรุงระบบระบายน้ำ ประกอบด้วย ท่อลอดกลม จำนวน 7 แห่ง ท่อลอดเหลี่ยม จำนวน 2 แห่ง และปรับปรุง/ก่อสร้างสะพานข้ามลำน้ำ จำนวน 14 แห่ง นอกจากนี้ บริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ ได้ดำเนินการศึกษาและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ ครอบคลุมทุกกิจกรรมการก่อสร้าง พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่สำคัญไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อมโดยรอบโครงการให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ภายหลังการประชุมในครั้งนี้ บริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ จะดำเนินการรวบรวมข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจาก ทุกภาคส่วน นำมาพิจารณาประกอบการจัดทำรายงานสรุปผลการศึกษาโครงการให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ต่อไป ซึ่งกรมทางหลวงมีแผนจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณปี 2570 และคาดว่าสามารถเปิดใช้บริการได้ประมาณปี 2573 โดยผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและรายละเอียดของโครงการฯ ได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ 1.เว็บไซต์ www.ทล1067-บางมูลนาก-โพทะเล.com  2.แฟนเพจเฟซบุ๊ก : ทล1067-บางมูลนาก-โพทะเล และ 3.Line Official : บางมูลมาก-โพทะเล








































ภาพข่าว ธีรพงศ์ นาคแนม (นกพิราบศูนย์ข่าว จังหวัดพิจิตร)  ศูนย์ประสานงานข่าว โทร 0831671688 รายงาน** คนรู้จักพัก ทว่าไม่รู้จักพอ ** จิตอาสาพัฒนา เราทำความดีด้วยหัวใจ....ร่วมใจกันพัฒนา



วันอังคารที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2567

วัชรินทร์ แทนจำรัส เลขาฯ ท่านนราพัฒน์ แก้วทอง อดีต ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเกียรติร่วมสนทนา กับ ผศ.ดร.วัชรพล ศุภจักรวัฒนา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก บรรณาธิการร่วมโครงการวิจัยการศึกษาการเมืองในภาคเหนือ

💥วันที่ 30 มกราคม 2567 เวลา 20:17   นาย วัชรินทร์ แทนจำรัส เลขาฯ ท่านนราพัฒน์ แก้วทอง อดีต ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  โดยได้รับเกียรติร่วมสนทนา กับ ผศ.ดร.วัชรพล ศุภจักรวัฒนา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก บรรณาธิการร่วมโครงการวิจัยการศึกษาการเมืองในภาคเหนือ💥เพื่อการศึกษาและทำความเข้าใจพลวัตรทางการเมืองระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค ซึ่งในระยะยาวจะถือเป็นรากฐานในการศึกษาวิจัยทางรัฐศาสตร์ไทยต่อไป 









 👍ด้วยความยินดีครับ....ตุ้มช่วยอีกแรง✌  คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร_พิษณุโลก

ธีรพงศ์ นาคแนม (นกพิราบศูนย์ข่าว จังหวัดพิจิตร)  ศูนย์ประสานงานข่าว โทร 0831671688 รายงาน** คนรู้จักพัก ทว่าไม่รู้จักพอ ** จิตอาสาพัฒนา เราทำความดีด้วยหัวใจ....ร่วมใจกันพัฒนา





วันจันทร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2567

อู่ เอส.เอ็น.โชครุ่งเรืองการาจ จัดพิธีทำบุญขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2567 

วัน เสาร์ ที่ 27 มกราคม 2567 "อู่ เอส.เอ็น.โชครุ่งเรืองการาจ" ได้จัดพิธีทำบุญขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2567  "คุณสนั่น - คุณอำพัน เพ็ญพรหม"(โอ่ง บางนา) และครอบครัว เป็นเจ้าภาพในงานนี้ โดยมี ว่าที่ "ร.ต.อภิสัคค์ พรหมสวาสดิ์" รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีในครั้งนี้   บรรยากาศเต็มด้วยความอบอุ่นจากแขกผู้มีเกียรติที่มารวมอวยพรเจ้าภาพกันอย่างเนืองเเน่น อาทิเช่น "คุณบุญเรือง ศรีสังข์"   กลุ่มเมตตาธรรม มี "พ.อ.ทวีป สินพิชัย" " ดร.เสถียรมี โพธิ์ชัยหล้า"(ประธานบริหารโครงการฯ เทพประทานพร) คุณ ฉัตรชัย โทจอม (ประธานบริหารบริษัทฉัตรธงชัย คอนกรีต มิกซ์ จำกัด ) คุณ ศรัณย์ เจ๊ะอุบง คุณพรเทพ ฐานะศักดิ์  คุณคณธัช วัฒนาชยากูล(รองนายกสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนเพื่อสังคมประเทศไทย) คุณรัตติกานต์ ทัศนารักษ์ คุณสมยศ สังข์สา(รองประธานชมรมเพื่อนคนใต้สมุทรปราการและที่ปรึกษาชมรมชาวปักษ์ใต้บางนา-กรุงเทพมหานคร) มีพิธีทางสงฆ์ ในช่วงเช้า 10.30น. ถวายอาหารเพล ในเวลา 11.00น.   และต่อจากนั้นให้ ประธานในพิธี เจ้าภาพ พร้อมด้วยแขกที่มาร่วมอวยพร ร่วมรับประทานอาหาร และงานเลี้ยงสังสรรค์












ต้อม สิงห์๑ รายงาน ข่าว

วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2567

บุญใหญ่ ร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมบริจาคเงิน ซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ในโครงการ “ผ่าตัดต้อกระจกสำหรับผู้ยากไร้” ของ หน่วยแพทย์อาสามูลนิธิจักษุเชียงใหม่

ด้วยหน่วยแพทย์อาสามูลนิธิจักษุเชียงใหม่ ได้มีการออกหน่วยผ่าตัดต้อกระจก สำหรับผู้ยากไร้ ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในมูลนิธิจักษุเชียงใหม่ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์เฉพาะทางที่จะให้บริการผู้ป่วยในโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่ห่างไกลในเขตภาคเหนือ โรงพยาบาลชุมชนห่างไกล ไม่มีแพทย์เฉพาะทาง หลาย ๆ โรงพยาบาลด้วยกัน เนื่องจากหนทางห่างไกลไม่สามารถเดินทางไปรับบริการที่โรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่หรือโรงพยาบาลจังหวัดตามระบบส่งต่อผู้ป่วยตามปกติ และอีกหลาย ๆด้านของความไม่สดวก ของพี่น้องประชาชน จึงทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากที่อยู่ในพื้นที่ตัดสินใจไม่ไปรับการรักษาตัวอย่าง เช่นผู้ป่วยตาต้อกระจกและต้อเนื้อจากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าปัญหาด้านตาและการมองเห็นของผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลยังมีอยู่มากและผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุจะไม่ยอมเดินทางเข้ามารักษาในเมืองตลอดจนการเดินทางเข้ามารักษาในเมืองจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของการเดินทางค่าที่พักค่าอาหารของผู้ป่วยและญาติสูง จึงทำให้ผู้ป่วยไม่ยอมเดินทางมารักษา ดังนั้นหน่วยแพทย์อาสามูลนิธิจากจักษุเชียงใหม่ ร่วมกับภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงจัดให้มีบริการผ่าตัดตาต้อกระจก แก่ผู้ป่วยยากไร้ ในพื้นที่ห่างไกล แต่หน่วยแพทย์อาสามูลนิธิฯ ต้องการ ความช่วย เหลือ สนับสนุนค่าใช้จ่ายให้บริการผ่าตัดผู้ป่วย ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ทางหน่วยแพทย์อาสา ยังขาดอุปกรณ์ เครื่องไม้


เครื่องมืออีกหลายอย่าง  จึงขอเชิญร่วมบริจาคเงิน ซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ในโครงการ “ผ่าตัดต้อกระจกสำหรับผู้ยากไร้” ของ หน่วยแพทย์อาสามูลนิธิจักษุเชียงใหม่  ทั้งนี้สามารถบริจาคได้ที่บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี หน่วยแพทย์อาสามูลนิธิจักษุเชียงใหม่ เลขบัญชี 425-048333-7 หรือหากต้องการใบอนุโมทนาบัตร สามารถโอนเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี มูลนิธิ รพ.สวนดอก คณะแพทย์ มช.เลขบัญชี 566-4-04844-0 พร้อมระบุหมายเหตุเพื่อ “เพื่อภาควิชาจักษุวิทยา มธ013” *เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น กรุณาส่งหลักฐานที่ cmu.ophthalmology@gmail.com และแจ้งรายละเอียดตามในเอกสาร ทางหน่วยแพทย์อาสามูลนิธิจักษุเชียงใหม่ และที่ผ่านมา ทางหน่วยได้ลงพื้นที่ บริการให้พี่่น้องประชาชน ออกหน่วยตรวจคัดกรองและผ่าตัดโรคตา ในถิ่นทุรกันดาร และพื้นที่ห่างไกลดังกล่าวปีละ 3-4 ครั้ง มาเป็นระยะยาวนานกว่า 10 ปี และมีแผนจะออกหน่วยครั้งต่อๆไปดังนี้ โรงพยาบาล วังทรายพูน จังหวัดพิจิตร วันที่ 27- 28 มกราคม 2567 โรงพยาบาลเทพรัตน์เวชชานุกูล อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 7-8 เมษายน 2567 โรงพยาบาลพร้าว อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 27-28 กรกฎาคม 2567 โรงพยาบาลบางมูลนาก อำเภอ บางมูลนาก จังหวัดพิจิตร วันที่ 11 - 12 สิงหาคม 2567 โรงพยาบาลแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พฤศจิกายน 2567 ในการออกหน่วยที่ผ่านมาทางหน่วยแพทย์อาสามูลนิธิจักษุเชียงใหม่ได้ขอยืมเครื่องมือในการออก

หน่วย จากบริษัทขายเครื่องมือ แต่บางครั้งก็ประสบปัญหายืมเครื่องมือไม่ได้ในบางครั้ง ทางหน่วยแพทย์อาสามูลนิธิจักษุ เชียงใหม่ จึงได้ดำเนินการขอรับการสนับสนุนเครื่องมือสำหรับออกหน่วยจากผู้มีจิตศรัทธา และสะสมเครื่องมือสำหรับการผ่าตัดเรื่อยมา ในขณะนี้มีความประสงค์ที่จะจัดหางบประมาณ เพื่อจัดหาเครื่องมือผ่าตัด ที่จะใช้ดำเนินงานออกช่วยเหลือพี่น้องประชน ในพื้นที่ ที่จะเข้าไปช่วยเหลือ แต่การที่จะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ทางหน่วยงาน ยังขาดอุปกรณ์ต่าง ๆ อีกหลายด้าน และมีราคาที่แพง เช่น 1 กล้องผ่าตัดจำนวน 1. เครื่องราคา 350,000 บาท หม้อนึ่งเพื่อทำความสะอาดเครื่องมือจำนวน 1 เครื่องราคา 390,000 บาท 3 เครื่องวัดความโค้งของกระจกตา จำนวน 1 เครื่องราคา 45,000 บาท ผู้รับผิดชอบ ร.ศ.น.พ. ดิเรก ผาติกุลศิลา หน่วยแพทย์อาสามูลนิธิจักษุ เชียงใหม่ และภาควิชาจักษุศูนย์เชียงใหม่ คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่การดำเนินการกำกับและการประเมินการติดตามกำกับและประเมินการสรุปผลและปฏิบัติงานหน่วยงานอาสามูลนิธิ ในแต่ละครั้งประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานคณะทำงานผลที่คาดจะได้รับผู้ป่วยที่มีความเดือดร้อนในพื้นที่ห่างไกลได้รับการสงเคราะห์ช่วยเหลือด้านรักษาพยาบาลโดยแพทย์เฉพาะทางของหน่วยแพทย์อาสามูลนิธิตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งมูลนิธิเชียงใหม่ผู้ป่วยที่มีปัญหา ตอนนี้ืี่ต้องการด่วนที่สุด หม้อนึ่งเครื่องมือผ่าตัดแบบเร็ว (ที่ใช้อยู่เสีย) ซึ่งมีความจำเป็นใช้เพื่อให้การผ่าไปได้เร็ว(ออกหน่วยผ่าแต่ละครั้งจะผ่าเป็นร้อยตา)ตอนนี้ขาดเงินสำหรับหม้อนึ่งอีก190,000 (ได้มา200,000แล้ว) 











ธีรพงศ์ นาคแนม (นกพิราบศูนย์ข่าว จังหวัดพิจิตร)  ศูนย์ประสานงานข่าว โทร 0831671688 รายงาน** คนรู้จักพัก ทว่าไม่รู้จักพอ ** จิตอาสาพัฒนา เราทำความดีด้วยหัวใจ....ร่วมใจกันพัฒนา

วันพุธที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566

“พิธีเปิดโครงการ ชุมชนบำบัดอย่างยั่งยืนในตำบลแพร่ระบาดยาเสพติดสูงสุด 100 ตำบล ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล (Quick win )”

วันที่20ธ.ค.66เวลา 09.00น นำโดย พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.น.เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พล.ต.ต. เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 พ.ต.อ. โฆษิต บุญทวี รองผบก.น.3 พ.ต.อ.ถนัด นักธรรมรอง ผบก.น.พ.ต.อ.ชนะวรศิณธุ์ ศุภพนารักษ์ รองผบก.น.3 พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สน.มีนบุรี พร้อมด้วย นาง นิตยา แพร่หลวง ผู้ช่วย ผู้อำนวยการเขตมีนบุรี นายแพทย์บุญธรรม ทุมพงษ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์บริการสาธารณสุข 43 มีนบุรี พร้อมผู้แทนผู้อำนวยการสำนักป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร นายสมถวิล คำทอง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้เขตมีนบุรี นายสุนทร สิงขรอาจ ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน นาย กอบเดช ตั้งไชยวงศ์ ประธาน กต.ตร.สน.มีนบุรี นายสมัย เจริญช่าง ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร นายวุฒิวัย หวังบู่ อิหม่าม มัสยิดอิดด์ฮาร์ด อุลูมุดดีนและประธานชุมชนอิดด์ฮาร์ด นายสุรศักดิ์ มานวงศ์ อิหมามมัสยิดกมาลุ้ลเฮียะห์ซาน (แสงวิมาน) นางเพียงเพ็ญ แสงวิเศษ ประธานชุมชน ทองสงวน นายเกียรติศักดิ์ มานวงศ์ ประธานชุมชน ราษฎร์พัฒนา นายสุรพล อับดุลรอมาน ประธานชุมชนอับดุลรอมาน นาย ประเสริฐ กอนโด ประธานชุมชนสามัคคีพัฒนา นางมณี ตะเคียนโต ประธานชุมชนเกาะใหญ่พัฒนา นายสมประสงค์ มะดะเรส ประธานชุมชนอิดด์ฮาร์ดพัฒนา นายภักดี พุ่มสว่าง ประธานชุมชนแสงวิมาน นางบุญช่วย กินวารี ประธานชุมชนบึงพระยา พร้อมด้วย คณะกรรมการชุมชน ฯ อสส., อส.ตร.สน.มีนบุรี และประชาชนในชุมชน แขวงแสนแสบ 9 ชุมชน ,สมาชิกชุมชนสุเหร่าบ้านเกาะ และ ประชาชนในพื้นที่ฯ,เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่าย ป.,จร.,สส. และชุดเจ้าหน้าที่ตชส.สน.มีนบุรี













"หนึ่งแผ่นดิน หนึ่งหัวใจ เพื่อทหารไทย" กองทัพภาคที่ 2 ส่งมอบความสุข สร้างขวัญกำลังใจให้กำลังพลและประชาชนชายแดน จ.บุรีรัมย์ พลโท วี...